Categories
Uncategorized

วิธีเลือกเว็บเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์ที่ดีที่สุด

Gclub899 คือตัวแทนของผู้เล่น ดังนั้น เกณฑ์แต่ละข้อจึงถูกสร้างขึ้นจากความต้องการของผู้เล่นจริง ซึ่งจะครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพบริการ และความสะดวกสบาย โดยเพิ่มความเฉพาะเจาะจงด้านซอฟท์แวร์ของตัวเกมแบล็คแจ็คมาเป็นปัจจัยพิเศษอีกข้อ

คาสิโนออนไลน์เล่นแบล็คแจ็คชั้นนำที่ผ่านการคัดเลือกจากเราจะต้องปลอดภัย ใช้ระบบ SSL แปลงข้อมูลเป็นรหัส เป็นผู้ให้บริการรายใหญ่มีใบอนุญาต และได้รับการยอมรับในหลายประเทศ ใช้ซอฟท์แวร์เกมออนไลน์แบล็คแจ็คคุณภาพสูง ให้อัตราจ่ายเป็นธรรม รองรับช่องทางฝากถอนเงินที่สะดวกกับสมาชิก มอบโบนัสและสิทธิประโยชน์คุ้มค่า ทีมบริการลูกค้ามืออาชีพ ตอบกลับรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งใช้เทคโนโลยีล้ำหน้าในการพัฒนาเกมบนสมาร์ทโฟนและแท็บเบล็ท เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เล่น

ประเภทการเดิมพันไพ่แบล็คแจ็คและอัตราการจ่าย

นอกจากการรู้จักเลือกเว็บมาตรฐานสูงที่รองรับช่องทางฝากถอนคาสิโนที่คุณสะดวกแล้ว ในส่วนของเรื่องการเงิน เราจะพามาดูประเภทและรายละเอียดของอัตราการจ่ายแบล็คแจ็คออนไลน์ ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้เล่นควรทราบ

  • การจั่วและการหยุด (Hit and Stand) การจั่ว คือการขอไพ่เพิ่มเพื่อให้แต้มสูงขึ้น และการหยุด คือการไม่ขอไพ่เพิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้แต้มเกิน 21 อัตราจ่าย 1:1
  • 21 แต้ม (Blackjack) ผลรวมที่ได้เท่ากับ 21 อัตราจ่าย 3:2
  • เดิมพันเป็นสองเท่า (Double Down) การเพิ่มเงินเดิมพันอีก 2 เท่า เพื่อลุ้นรางวัลสูงขึ้นหากเล่นชนะ อัตราจ่าย 1:1
  • การแยกไพ่ (Split) หากไพ่สองใบแรกมีจำนวนเท่ากันคุณสามารถแบ่งไพ่ของคุณออกเป็น 2 มือได้ อัตราจ่าย 1:1
  • การประกัน (Insurance) เปิดให้ผู้เล่นซื้อในกรณีที่ไพ่หงายของเจ้ามือคือเอซ (A) เนื่องจากเจ้ามือมีโอกาสชนะสูง หากซื้อประกันจะเท่ากับผู้เล่นวางเงินพนันเพียงครึ่งเดียว อัตราจ่าย 2:1
ประเภทการเดิมพันที่ชนะลักษณะอัตราจ่าย
การจั่ว และ การหยุด (Hit and Stand)การจั่ว คือการขอไพ่เพิ่มเพื่อให้แต้มสูงขึ้น และการหยุด คือการไม่ขอไพ่เพิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้แต้มเกิน 211:01
21 แต้ม (Blackjack)ผลรวมไพ่ที่ได้เท่ากับ 213:02
เพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่า (Double Down)การเพิ่มเงินเดิมพันอีก 2 เท่า เพื่อลุ้นรางวัลสูงขึ้นหากเล่นชนะ1:01
การแยกไพ่ (Split)หากไพ่สองใบแรกมีจำนวนเท่ากันคุณสามารถแบ่งไพ่ของคุณออกเป็น 2 มือได้1:01
การประกัน (Insurance)เปิดให้ผู้เล่นซื้อในกรณีที่ไพ่หงายของเจ้ามือคือเอซ (A) เนื่องจากเจ้ามือมีโอกาสชนะสูง หากซื้อประกันจะเท่ากับผู้เล่นวางเงินพนันเพียงครึ่งเดียว2:01
Categories
Uncategorized

แบล็คแจ็คออนไลน์ (BLACKJACK) ศัพท์ต้องรู้และวิธีดูแต้มไพ่

อีกหนึ่งเกม คาสิโนออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เกมคาสิโนเกมอื่นเลยก็คือ ไพ่ แบล็คแจ็ค (Blackjack) ซึ่งเกม ไพ่แบล็คแจ็ค ได้รับความนิยมจากผุู้คนจากทั่วโลก เพราะเกมนี้ไม่ใช่อาศัยดวงจากการเดาเพียงเท่านั้น ผู้เล่นนั้นจำเป็นจะต้องมีทักษะและเทคนิคการเล่นที่มีความชำนานพอสำคัญ ที่ผสมผสานกับไหวพริบในการวางเดิมพันในระดับนึง ที่จะนำมาคำนวณการวิเคราะห์ของการวางไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์อีกทั้งการเดิมพันในแต่ละครั้งก็ไม่ได้ใช้จำนวนเงินที่มากที่ใครหลายคนคิดเลย

เพียงแค่ท่านต้องศึกษากฏกติกาในขั้นเบื้องต้นของเกม ไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์ได้เงินจริง ยิ่งมีความสม่ำเสมอและหมั่นฝึกฝนอย่างเป็นประจำแล้วละก็ ท่านจะสามารถสร้างกำไรได้จากเกมไพ่เกมนี้ได้อย่างแน่นอน

กฎการนับแต้มของไพ่แบล็คแจ็ค

การนับแต้ม ไพ่ (BlackJack) จะมีลักษณะที่คล้ายกับการนับไพ่ในเกมรูปแบบอื่น เพียงแต่ค่า
J Q K และ 10 จะมีค่าเท่ากับ 10 แต้ม และการนับค่าของเกมนี้จะมีค่าตามตัวเลขคือ

  • ไพ่ A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม แต่ถ้าอยู่คู่กับไพ่ 10, J, Q หรือ K จะมีค่าเป็น 11 แต้มทันที
  • ไพ่ 2 – 9 มีค่าเท่ากับหมายเลขหน้าไพ่ เช่น หน้าไพ่ 2 ก็จะมีค่าเท่ากับ 2 แต้ม เป็นต้น
  • ไพ่ J, Q และ K มีค่าเท่ากับ 10 แต้ม

กติกาพื้นฐานในการเล่น BlackJack

ปกติแล้วหากเป็นการเล่นตามบ้านหรือบ่อนทั่วไปแค่ไพ่ 1 สำรับก็เพียงพอแล้ว แต่ใน คาสิโนออนไลน์ ส่วนใหญ่มักจะใช้ไพ่ 6 สำรับ ที่สับเปลี่ยนตำแหน่งแล้วใส่ไว้ในขอนไพ่เช่นเดียวกับบาคาร่า จากนั้นก็จะมีการแจกไพ่ให้กับผู้เล่นทุกคน คนละสองใบ จากนั้นแต่ละคนก็จะสามารถจั่วไพ่ได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้แต้มใกล้เคียงหรือเท่ากับ 21 แต้ม สิ่งที่ต้องจำไว้คือเกมนี้เราจะไม่สามารถทิ้งไพ่หรือเลือกไพ่มาสู้ได้ เท่ากับว่าหากจั่วมาแล้วแต้มเกิน 21 แต้ม เราก็จะแพ้ทันที

คำศัพท์ที่ต้องรู้ ก่อนที่ท่านจะเข้าเล่น เกมไพ่ Black jack

คำศัพท์คำอธิบายคำศัพท์
Blackjackเป็นการชนะกันในไพ่ 2 ใบแรก จะเป็นการชนะที่แต้มรวมได้ 21 แต้มเท่านั้น
Hitเป็นการเรียกไพ่เพิ่มหากไม่พอใจแต้มที่มี โดยสามารถเรียกเพิ่มกี่ใบก็ได้
Standเป็นการหยุดเรียกไพ่เพิ่ม หรือพอใจกับไพ่ที่มีแล้ว หรือเรียกประมาณว่า หยุด หรือพอ
Double Downหลังจากแจกไพ่ครบ 2 ใบเป็นการเพิ่มเงินเดิมพันโดยสามารถเพิ่มได้สูงสุด 2 เท่าของเงินเดิมพันในตอนแรก
Surrenderเป็นการหมอบหรือยอมแพ้ ซึ่งจะเป็นการยอมหลังจากได้ไพ่ 2 ใบแล้วเท่านั้น แต่ในกรณีที่มีการขอไพ่เพิ่มไม่สามารถที่จะหมอบหรือยอมแพ้ได้
Splitเป็นการแยกไพ่ ในกรณีที่ท่านได้รับไพ่ซึ่งที่มีแต้มเท่ากันทั้ง 2 ใบ เช่นการได้รับไพ่แต้ม 5 จำนวน 2 ใบพร้อมกัน หรือแต้มเท่าไหร่ก็ตามเราสามารถที่จะทำการแยกไพ่ออกได้เป็น 2 ชุด
Insuranceเป็นรูปแบบของการขอประกัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเจ้ามือหงายไพ่ใบแรกได้ A เกมก็จะมีระบบประกันขึ้นมา เพื่อรับประกันความเสี่ยงว่าเจ้ามือนั้นมี 21 แต้ม หรือแบล็คแจ็ค เงินรางวัลของการประกัน ก็เท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินที่ท่านลงเดิมพัน หากเปิดไพ่ขึ้นมาแล้ว เจ้ามือไม่ได้แต้ม 21 หรือแบล็คแจ็ค เกมก็จะดำเนินต่อไป หากแต้มเสมอกัน ท่านก็จะสามารถรับเงินของท่านคืนได้

ประวัติ เกมไพ่แบล็คแจ็ค

     ต้นกำเนิดของเกมไพ่แบล็คแจ็คนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่มีแนวโน้มว่ามีที่มาที่ไปของการวางเดิมพันมาจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเกมการเดิมพันที่ชื่อว่า vingt-et-un (แปลตรงตัวได้ว่า 20 และ 1 หรือ 21 นั่นเอง) ลักษณะของเกมนี้จะมีการแจกไพ่ให้กับผู้เล่นที่คล้ายกันกับกติกาของแบล็คแจ็คในปัจจุบัน ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของเกมคือ การลุ้นผลรวมของแต้มในมือให้มากที่สุด แต่ต้องไม่เกิน 21 แต้ม

     นอกจากนี้ยังพบข้อมูลสนับสนุนของเกมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมไพ่ของชาวอิตาเลียน ที่จะวัดผลแพ้ชนะจากแต้มที่รวมกันได้ 7.5 แต้ม หากแต้มในมือเกินจากนี้ จะถือว่าแพ้ทันที ทั้งนี้ยังมีเกมไพ่ 31 แต้ม ของชาวสเปนที่อาจถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนารูปแบบการเล่นแบล็คแจ็ค ที่เราเห็นในยุคปัจจุบัน

     เกม ไพ่ 21 แต้มนี้ ถูกเปิดตัวอย่างกว้างขวางในประเทศอเมริกา ราวปี ค.ศ. 1800 แต่ในช่วงแรกนั้นยังไม่ได้รับความนิยมในคาสิโนมากนัก ถึงขั้นที่มีการเสนอการจ่ายผลตอบแทน 10 ต่อ 1 หากผู้เข้าร่วมเดิมพันสามารถที่จะชนะด้วยแต้มแบล็คแจ็คในไพ่ 2 ใบแรก เพื่อดึงดูดความสนใจให้ผู้เล่นเข้ามาเล่นเกมรูปแบบนี้เพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งเริ่มได้รับความนิยมและถูกตั้งชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า แบล็คแจ็ค 

     จากนั้นมีการนำรูปแบบของ การเล่นแบล็คแจ็ค เข้าไปใช้กับการเล่นพนันในเนวาด้า ช่วงปี ค.ศ. 1931 ซึ่งถูกระบุให้เป็นเกมพนันที่ถูกกฎหมาย มีให้ได้เล่นกันในบ่อนคาสิโนลาสเวกัส และนั่นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตัว แบล็คแจ็ค ในคาสิโนกันอย่างเต็มรูปแบบ  ในเวลาต่อมาแบล็คแจ็ค ถูกระบุให้เป็นรูปแบบพื้นฐานของการเล่นเกมไพ่ชนิดนี้ เมื่อได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงมีการนำมาเป็นรูปแบบของเกมคาสิโนออนไลน์

และใน เว็บไซต์ของเรา GOLDENSLOT ก็มี ไพ่แบล็คแจ็ค ให้ท่านได้ทดลองเล่นกันแบบจริงๆโดยรวมผู้เล่นจากทั่วโลกซึ่งมีโต๊ะให้ท่านได้เลือกเล่นมากมาย

หวังว่าจะเป็นความรู้ให้กับผู้เล่นมือใหม่ที่สนใจเดิมพัน เกมคาสิโนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น แบล็คแจ็ค ก็ดี หรือจะเป็นเกมอื่นๆ บาคาร่า สล็อต ไฮโล เราก็ได้รวบรวมแนวทางการเล่นที่ถูกต้องและไขข้อสงสัยให้กับผู้ที่มีคำถามแต่ยังหาคำตอบไม่ได้ไว้ในบทความนี้ เรามีความเชื่อว่าหากท่านได้เข้ามาอ่านศึกษาวิธีการเล่น กฏกติกาของเกมไม่มากก็น้อยจะเป็นการช่วยให้ท่านเล่นแล้วได้สร้างกำไรกลับไปได้อย่างแน่นอนๆ

Categories
Uncategorized

เกมไพ่สุดฮิต แบล็คแจ็คออนไลน์

แบล็คแจ็ค เป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในคาสิโนในฝั่งยุโรป เพราะว่ามันเป็นเกมที่มีการรวมกันเล่นหลายคนและสนุก และประวัติมันเกิดขึ้นในทวีปยุโรป ในปี 1601 การเล่นก็จะมีความเข้าใจง่าย นั้นก็คือเพียงท่านนั้นมีไพ่ในมือแต้มใกล้เคียง 21 แต้ม ก็จะเป็นฝ่ายชนะ หากแต้มเท่ากัน 21 ก็จะถือว่าเป็นแต้มที่สูงสุด และจะได้อัตตราการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกด้วย

และเมื่อผ่านมาไม่นาน ก็ได้มีการนำแบล็คแจ็คเข้ามาบรรจุลงใน คาสิโนออนไลน์ เพื่อที่จะเป็นการบริการที่ดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น เกมแบล็คแจ็ค จึงเป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในคาสิโนออนไลน์ในเวลานี้

กติกาการเล่นแบล็คแจ็ค

ก็หลักการง่ายๆ คือหลังจากแจกไพ่ครบ ทุกคนสามารถจั่วไพ่ ได้ไม่จำกัด จั่วจนกว่าแต้มของคุณจะเกิน 21 หรือได้แต้มที่พอใจ หรือแต้มเกิน 21 ก็จะหมดสิทธิ์จั่วเช่นกัน และ แบล็คแจ็คเป็นเกมการเล่นของผู้เล่นกับเจ้ามือ แต้มของผู้เล่นคนอื่นบนโต๊ะ ไม่ส่งผลต่อไพ่คุณ

แต้มของไพ่

  • ไพ่ตั้งแต่ 2 – 10 มีแต้มตามหน้าของไพ่
  • ไพ่ J Q K มีค่าเท่ากับ 10 แต้ม
  • A มีแต้มเป็น 1 หรือ 11 ก็แล้วแต่ไพ่ในมือของท่านจะมีแต้งรวมเท่าไหร่นั้นเอง
  • แต้มรวมของไพ่เท่ากับ 21 คือไพ่แบล็คแจ็ค

การประกัน

เมื่อดีลเลอร์ที่หงายใบแรกนั้นคือ A เกมก็จะมีระบบประกันขึ้นมา เพื่อที่จะเป็นสิ่งประกันความเสี่ยงหากเจ้ามือนั้นมีแต้ม 21 หรือแบล็คแจ็ค เงินรางวัลของการประกัน ก็เท่ากับครึ่งหนึงของเงินที่ท่านนั้นวางเดิมพัน หากเปิดไพ่ขึ้นมาแล้ว เจ้ามือไม่ได้แต้ม 21 หรือแบล็คแจ็ค เกมก็จะดำเนินต่อไป หากแต้มเสมอกัน ท่านก็จะสามารถรับเงินของท่านคืน

เพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่า

หากเจ้ามือเปิดไพ่สองใบแรกแล้ว เจ้ามือไม่ได้แบล็คแจ็ค ผู้เล่นจะมีโอกาศเรียกไพ่เพิ่ม และสามารถเพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่าได้ และเมื่อท่านนั้นเลือกเดิมพันเป็นสองเท่า ดีลเลอร์นั้นจะแจกไพ่ไห้ท่านนั้นเพียงใบเดียว แต่หากท่านเลือกจั่วไพ่เพิ่ม ท่านก็จะสามารถเพิ่มไพ่ได้ตามที่ท่านนั้นต้องการ และหากเลือกที่จะหยุดจั่ว ท่านจะไม่ได้ไพ่เพิ่มเลยนั้นเอง

การแยกไพ่

หากไพ่ในมือของท่านนั้น มีค่าเท่ากันในสองใบแรกเช่น 2,2 4,4 A,A ท่านจะสามารถเลือกแยกไพ่ออกเป็นสองมือได้ โดยเงินวางเดิมพัน จะต้องเท่ากับเงินเดิมพันหลักของท่าน เช่นหากท่านวางเดิมพันหลัก 100 แยกไพ่แล้ว ท่านจะต้องวางเดิมพันขาล่ะ 100 นั้นเอง และเมื่อเมื่อแยกไพ่แล้ว ท่านก็จะสามารถเล่นได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการจั่วไพ่ การหยุดจั่ว และแบบต่างๆนั้นเอง

ผลลัพธ์ในการเล่น

  1. หากแต้มในมือท่าน มีแต้มเกิน 21 ท่านจะแพ้ทันที และท่านจะเสียเงินทันที
  2. หากทุกคนได้แต้มที่พอใจแล้ว ดีลเลอร์จะทำการเปิดไพ่ หากเจ้ามือมีแต้มเท่ากัน 17 นั้นจะไม่สามารถจั่วไพ่เพิ่มได้
  3. ท่านจะชนะนั้นก็ต่อเมื่อ ไพ่ในมือท่านนั้นมีแต้มสูงกว่าดีลเลอร์ และไพ่ของท่านนั้นเป็นแบล็คแจ็ค และหากมีไพ่เสมอกัน ท่านจะได้รับเงินเดิมพันคืน

รูปแบบการวางเดิมพัน

การวางเดิมพันของไพ่แบล็คแจ็คนั้น มันมีการวางเดิมพันข้างเคียง(Bet Side) ได้อีกด้วย มันจึงทำให้มีรูปแบบการวางเดิมพันที่ไห้ท่านนั้นสามารถเลือกที่จะทำการวางเดิมพันได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น 21+3, Perfect Pair, Bet Behind เราจะมาอธิบายการเดิมพันแต่ล่ะอย่างไห้ท่านนั้นรู้จัก เพื่อที่จะทำให้ท่านรู้จักกับรูปแบบการเดิมพันนี้มากขึ้น

วางเดิมพัน Perfect Pair

เป็นการวางเดิมพันที่ทำไห้ท่านนั้นมีโอกาศชนะเพียงแค่ใช้ไพ่ 2 ใบแรกเท่านนั้น โดยที่ไพ่ของท่าน 2 ใบแรกนั้นจะต้องเป็นไพ่คู่ เช่น 2-2, 3-3, 4-4, Q-Q เป็นต้น

  • คู่เหมือน ไพ่ทั้งสองใบจะต้องมีดอกเดียวกัน เช่น 2 ใบ A โพแดงสองใบ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 25 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • คู่สี ไพ่ทั้งสองใบนั้นจะต้องมีสีเหมือนกันสองใบ แต่คนล่ะดอกได้ เช่น 2 โพแดงกับ 2 ข้าวหลามตัด อัตราการจ่ายอยู่ที่ 12 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • คู่ผสม ดอกและสีต่างกัน เช่น 10 โพแดง กับ 10 โพดำ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 6 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)

วางเดิมพัน 21+3

การเดิมพัน 21+3 คือการที่ไพ่ในมือของท่านนั้นมีโอกาสที่จะเกิดการ ตองเหมือน, สเตรทฟลัช, ตอง,สเตรท,ฟลัช และหากท่านนั้นชนะในรูปแบบที่พูดมานี้ ก็จะมีอัตราการจ่ายที่เยอะมาก

  • ตองเหมือน คือการที่มีไพ่สามใบเหมือนกัน เช่น A โพดำสามใบ และจะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 100 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • สเตรทฟลัช คือการเรียงกันตามลำดับและมีไพ่ดอกเดียวกันเช่น 10 J Q โพแดง เป็นต้น อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 40 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • ตอง คือการที่มีไพ่สามใบนั้นเหมือนกัน แต่สามารถมีสีและดอกต่างกันได้ เช่น 3 3 3 สีต่างกัน ดอกต่างกันนั้นเอง อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 30 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • สเตรท คือไพ่ในมือนั้นเรียงกันตามลำดับ แต่สามารถมีสีและดอกของไพ่นั้นแตกต่างกันได้ เช่น 2 โพแดง 3 ดอกจิก 4โพดำ อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 10 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • ฟลัช คือการที่ไพ่ในมือนั้นมีดอกเดียวกันสามใบ เช่น 2 โพแดง 5 โพแดง 8 โพแดง จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 5 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)

วางเดิมพัน Bet Behind

Bet Behind ก็คือการเดิมพันตามผู้เล่นคนอื่น นั้นก็คือ ท่านนั้นจะสามารถอ้างอิงการชนะจากไพ่ของผู้เล่นคนอื่นได้ แต่ท่านนั้นจะสามารถกำหนดเงินเดิมพันเอง และไม่สามารถบอกไห้เขานั้นจั่วไพ่เพิ่ม หรือหยุดเรียกไพ่เพิ่มได้ นั้นก็คือ หากท่านนั้นวางเดิมพันตามใครแล้ว ท่านจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไร นอกจากวางเดิมพันนั้นเอง

นี้ก็คือกติกาและรูปแบบการวางเดิมพันแบบต่างๆของเกมส์ไพ่แบล็คแจ็ค ที่เรานั้นทำการศึกษาเพื่อที่จะมาเขียนเป็นวิธีการเล่นเพื่อนที่จะทำให้ผู้อ่านนั้นมีความสุขกับการเข้ามาเล่นในเกมนี้ และในครั้งต่อไป เราก็จะทำการรีวิวการเล่นมาให้ท่านที่มีความสนใจนั้นได้ติดตามกันอย่างแน่นอน